Home ท่องเที่ยว • 10 ข้อ ต้องรู้เพื่อเตรียมตัวก่อนไปล่าแสงเหนือ Aurora Borealis

10 ข้อ ต้องรู้เพื่อเตรียมตัวก่อนไปล่าแสงเหนือ Aurora Borealis

 - 

พร้อมที่จะเห็นแสงเหนือ ใครอยากเห็นแสงเหนือครั้งหนึ่งในชีวิตของเขา ที่นี่คุณสามารถเห็นการเตรียมการเบื้องต้นของแสงเหนือ แสงเหนืออยู่ที่ไหน เท่าไหร่ อะไร? ให้เราดู เชื่อว่า “Aurora Borealis” เป็นปรากฎการณ์นักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกต้องการมีโอกาสเห็นตัวเองครั้งเดียว เป็นไปได้ว่าถ้าคุณมีแผนที่ดีและมี “ดวงอาทิตย์” หลังจากนั้นเราจะนำเสนอเจ็ดประเทศของการล่าแสงเหนือในวันนี้ ดังนั้นเราจึงรวบรวมวิธีการเตรียมการและข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับการเดินทางของ Northern Lights สิ่งนี้จะน่าสนใจ คุณสนใจไหม ให้เราดู

1. จะไปดูแสงเหนือถึงที่เหมาะไหน 
การปรากฏแสงเหนือ หรือ Aurora Borealis สามารถมองเห็นได้ในหลายประเทศที่อยู่ในโซนชิดกับขั้วโลกเหนือ เป็นต้นว่า ประเทศไอซ์แลนด์ประเทศสวีเดนเกาะกรีนแลนด์ ประเทศเดนมาร์กประเทศฟินแลนด์ประเทศรัสเซียเมืองอะแลสก้า ประเทศอเมริกาประเทศแคนาดาประเทศนอร์เวย์ประเทศสกอตแลนด์ ฯลฯ 

2. เลือกท่องเที่ยวดูแสงเหนือไหนดี
การเกิดแสงเหนือ เป็นการเกิดที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ ด้วยเหตุนี้อาจจะรับรองฟันธงมิได้ว่าท่องเที่ยวที่แห่งไหนแล้วจะได้มองเห็นแน่นอนดังนั้นอาจจำต้องมาคำนวณกันที่บรรยากาศของสถานที่รับดูและก็ค่าใช้สอย ซึ่งโดยส่วนมากแล้วถ้าเกิดเลือกที่กำลังจะได้มองเห็นแสงเหนือ พร้อมกับทิวทัศน์สุดยอดเยี่ยมของธรรมชาติ นักเดินทางโดยมากเลือกไปที่ประเทศไอซ์แลนด์ แต่ว่าถ้าเกิดเลือกที่งบประมาณ ประเทศรัสเซียจะเป็นตัวเลือกที่ดีเยี่ยมที่สุด เนื่องจากชาวไทยไม่ต้องเสียตังค์ทำวีซ่า รวมทั้งค่ายังชีพยังถูกกว่าประเทศในโซนแถบประเทศในกรุ๊ปนอร์ดิกอีกด้วย

3. 10 จุดชมแสงเหนือ

– ไอซ์แลนด์ ชมได้ทั้งเกาะ แต่จุดที่นักท่องเที่ยวมักไปเฝ้ารอจะอยู่บริเวณ Kirkjufell Mountain

– ฟินแลนด์ Lapland

– แคนาดา Yellowknife

– กรีนแลนด์ เดนมาร์ก Kangerlussuaq

– รัสเซีย Murmansk

– นอร์เวย์ Tromso

– อะแลสกา อเมริกา Fairbanks

– สวีเดน Kiruna Abisko

– เดนมาร์ก Faroe Islands

– สกอตแลนด์ Isle of Skye, Aberdeen

4. แสงเหนือ ท่องเที่ยวเดือนไหนดี
การจะไปตามล่าแสงเหนือ ขณะที่ดีเยี่ยมที่สุดจะอยู่ในตอนหน้าหนาว เป็นระหว่างตุลาคมโดยประมาณมีนาคม ด้วยเหตุว่าเดี๋ยวนี้ช่วงเวลากลางคืนจะช้านาน นั่นนับว่าจังหวะที่กำลังจะได้มองเห็นแสงเหนือก็มีมากยิ่งกว่า แม้กระนั้นหากคนใดมีความคิดว่าต้องการท่องเที่ยวดูเมือง ดูสถานที่เที่ยวอื่นๆด้วย ก็จำเป็นต้องไปตอนต้นหน้าหนาวและก็ปลายหน้าหนาว เพราะเหตุว่ามีกลางวันช้านานขึ้นมาอีกนิด ทำให้สามารถท่องเที่ยวบริเวณเมืองได้

5. ไปดูแสงเหนือจำเป็นต้องทำวีซ่ายังไง 
ถ้าเกิดจะท่องเที่ยวดูแสงเหนือในประเทศทางฝั่งกรุ๊ปนอร์ดิก นักเดินทางจะต้องขอวีซ่าแบบเชเก้น ซึ่งเป็นวีซ่าที่ใช้เข้าออกประเทศในแถบยุโรปที่มีกติกาด้วยกัน ส่วนถ้าหากจะไปดูแสงสว่างเหนือที่เมืองแลสก้า ประเทศอเมริกา ก็จะต้องทำวีซ่าอเมริกา ถ้าเกิดจะไปดูที่ประเทศแคนาดา ก็ควรต้องทำวีซ่าแคนาดา แล้วมีประเทศที่ไม่ต้องทำวีซ่าไหม มีจ้ะ มันก็คือ ประเทศรัสเซีย” คนที่ถือหนังสือเดินทางเมืองไทยจะได้รับการงดเว้นการตรวจลงยี่ห้อวีซ่าของประเทศรัสเซีย ซึ่งเป็นตัวเลือกที่ดีเลิศอย่างยิ่งจริงๆ ทำให้สามารถทุ่นค่าใช้จ่ายลงไปได้อีกหลายพันบาท

6. แสงเหนือ รายจ่าย
การคำนวณรายจ่าย เป็นสิ่งที่คำนวณได้ค่อนข้างจะยาก เพราะว่าในส่วนนี้จำเป็นต้องขึ้นกับอีกทั้งค่ายังชีพของประเทศที่จะเดินทางไปท่องเที่ยว ค่าเครื่องบิน ค่าบ้านพัก ค่าของกิน อื่นๆอีกมากมาย ซึ่งแต่ละคนก็มีไลฟ์สไตล์การเที่ยวแตกต่างกัน แม้กระนั้นจะตกอยู่ที่ประมาณโดยประมาณคนละ 40,000-70,000 บาท ในเรื่องที่ท่องเที่ยวเองแบบมัธยัสถ์ อย่างถ้าหากท่องเที่ยวรัสเซีย พวกเราก็ไม่ต้องเสียค่าวีซ่า ทั้งค่ายังชีพ ค่าบ้านพักยังไม่แพงมากสักเท่าไรนัก แต่ว่าถ้าหากไปประเทศทางแถบกรุ๊ปนอร์ดิกต้องขอวีซ่าค่าบ้านพัก รวมทั้งค่ายังชีพจะสูงมากขึ้นมาอีก พวกเราเสนอแนะว่าให้พกบัตรเครดิตไปด้วย เผื่อเรื่องฉุกเฉินอะไรจะได้มีเงินสำรองจ่าย

7. การดูแสงเหนือจะต้องดวงดี 
จำต้องกล่าวว่าถ้าหากคนไหนกันแน่ได้ได้โอกาสมองเห็นแสงเหนือ นับได้ว่าคุณโชคดีมากมายเนื่องจากมันเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นได้เองตามธรรมชาติที่พวกเราเดามิได้ครั้งคราว Aurora Forecast บอกค่า Kp ไว้สูง ซึ่งแปลว่าได้โอกาสได้มีความเห็นว่าจะกำเนิดแน่นอนในเวลากลางคืนนี้ แต่ว่าอากาศก็เปลี่ยนแปลง มีเมฆคลุ้มบ้าง ก็อาจจะเป็นผลให้ไม่สามารถที่จะมองเห็นได้ด้วยเหมือนกัน แม้กระนั้นในเวลาที่บางโอกาสมีการคำนวณออกมาว่าจะไม่มีจังหวะกำเนิดแสงสว่างเหนือ ก็ดันมีเสียอย่างงั้น โดยเหตุนี้ไหว้พระขอพรไปเยอะมากๆ

8. ถ่ายรูปแสงเหนือด้วยกล้องถ่ายรูปโทรศัพท์เคลื่อนที่ได้ไหม 
แสงเหนือ เป็นเพียงแต่ละอองแสงสว่างบางที่อยู่บนท้องฟ้า ซึ่งบางครั้งบางคราวการมองด้วยตาเปล่ายังไม่สามารถที่จะมองเห็นได้ด้วย ดังนั้นการใช้กล้องถ่ายรูปโทรศัพท์เคลื่อนที่ถ่ายแสงเหนือเกิดเรื่องที่ทำเป็นยาก ถ้าหากผู้ใดมีกล้องถ่ายรูป DSLR ควรจะที่จะพกประจำตัวไปด้วยอย่างมาก หรือถ้าหากพอเพียงจะมีกล้องถ่ายรูป Mirrorless ก็สามารถถ่ายได้ แม้กระนั้นประสิทธิภาพของภาพก็จะไม่สวยสวยพอๆกับกล้องถ่ายภาพDSLR แม้กระนั้นที่สำคัญที่สุด จะต้องไม่ลืมเลือนขาตั้งกล้องถ่ายรูป

9. เสื้อผ้าไปดูแสงเหนือ 
ประเทศที่อยู่ชิดกับแถบขั้วโลกเหนือ ในช่วงฤดูกาลธรรมดาอากาศก็จะเย็นอยู่แล้ว ดังนั้นหากไปสู่หน้าหนาว อากาศจะติดลบแน่ๆ แล้วก็บางเมือง บางสถานที่อย่างเมืองFairbanks เมืองอะแลสก้า ประเทศอเมริกา หรือเมืองเยลโลว์ ไนฟ์ (Yellowknife)ประเทศแคนาดา ก็ได้โอกาสที่อากาศจะติดลบลงไปถึง -30, -40 อย่างยิ่งจริงๆ โดยเหตุนี้จำต้องเช็กอากาศก่อนท่องเที่ยวดู เสื้อผ้าที่ใส่จึงควรมีเสื้อทดลองจอนเสื้อครึ้มๆ,เสื้อโค้ทกันลมกางเกงทดลองจอนกางเกงยีนส์ขายาวดกๆ, กางเกงกันลม (หากมีความรู้สึกว่าทนหนาวไหวไม่ใส่ก็ได้), ผ้าที่มีไว้พันคอถุงมือหมวกไหมพรมผ้าปิดจมูก (ช่วยได้ดิบได้ดีมากมายในเรื่องที่อากาศติดลบจำนวนไม่ใช่น้อย), ถุงเท้าหนาๆ,รองเท้าฝ่าหิมะ ฯลฯ

10. คุณต้องพกหัวใจไปด้วย
ดูแสงเหนือต้องไปประเทศที่ค่าครองชีพสูง ราคาตั๋วเครื่องบินค่อนข้างแพง นักท่องเที่ยวต้องจ่ายราคามาก นั่นเป็นเหตุผลที่เหมือนกับการจ่ายเงินเพื่อความเสี่ยง เพราะไม่มีหลักฐานว่าเราสามารถเห็นแสงเหนือแสงออโรร่า บางประเทศยังมีทริปลำบาก ต้องทนต่อสภาพอากาศหนาวเย็นดังนั้นต้องใช้ “หัวใจ” ในการเดินทางเหล่านี้ดังนั้นควรวางแผนการเดินทางที่ดี การใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่นสามารถบรรเทาความเจ็บปวดจากการไม่เห็นแสงเหนือแสงออโรร่าได้

Please follow and like us:
Facebook
Twitter

Author:admin

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked*

*

*